การเสริมสะโพก ( Buttock Implant )
 

      
“ก้นแฟบ ไม่อวบอึ๋มเซ็กซี่ ลองหาคำตอบจาก Buttock Implant นวัตกรรมเสริมก้นจากอเมริกาใต้ ต้นกำเนิดการเสริมก้นให้อวบอึ๋ม”

      รูปร่างแบบลูกแพร์ (pear shape buttock) เป็นที่อิจฉาของสาวๆ ที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยมหรือไวโอลิน โดยเฉพาะสาวๆ ชาวละตินอเมริกานิยมมีก้นและสะโพกอวบอึ๋ม ดังนั้นประเทศแถบอเมริกาใต้จึงเป็นแหล่งกำเนิดนวัตกรรมการเสริมก้นที่เรียกว่า “Brazilian butt” ทั้งนี้ นพ. ภูมิศักดิ์ ศักดิ์ศรี ศัลยแพทย์ตกแต่งอธิบายว่า การเสริมก้นหรือที่เรียกว่า Buttolk Implant เหมาะกับผู้ที่ไม่มีก้นหรือก้นแฟบ แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมสะโพกให้อวบผายอย่างเดียว ถ้าต้องการสะโพกมากๆ ขอแนะนำให้ฉีดไขมันร่วมด้วยจะได้ผลดีขึ้น ผู้ที่นิยมเสริมก้นส่วนใหญ่มักเป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยมีก้นหรือสาวประเภทสองที่ต้องการให้สรีระเป็นหญิงแท้

ขั้นตอนของ  Buttock Implant
ขั้นแรกก่อนการเสริมก้น  ศัลยแพทย์ตกแต่งจะพิจารณาสรีระคนไข้ก่อนว่าเหมาะสมที่จะเสริมก้นหรือไม่โดยพิจารณาจาก 
1. ผิวหนังต้องไม่เหี่ยวย่นเกินไป เป็นผิวหนังที่มีคุณภาพดีพอใช้
2. ไม่มีก้น โดยเฉพาะมองจากด้านข้าง
3. เมื่อคนไข้เหมาะสมที่จะเสริมก้นได้ คุณหมอจะเลือกขนาดซิลิโคนเจลให้ตรงกับสรีระคนไข้ (เหมือนกับการเสริมเต้านมก็ต้องดูหน้าอกคนไข้ว่าควรเสริมได้มากน้อยแค่ไหนเพื่อให้ดูสมดุลกับรูปลักษณ์) แต่การเสริมก้นแตกต่างจากการเสริมหน้าอกตรงที่ว่า คนเราต้องนั่งนอนเป็นกิจวัตรประจำวัน ก็ต้องมีการกระแทกกระทั้นเก้าอี้หรือกระแทกเตียงบ้างเป็นธรรมดา ฉะนั้นซิลิโคนเจลที่ใช้สำหรับเสริมก้นจะต้องมีความแข็งแรงคงทนและจำไม่วางซิลิโคนต่ำกว่าเส้นสัมผัสระหว่างก้นกับเก้าอี้

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด คนไข้ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ หากมีโรคประจำตัวต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ ไม่มีปัญหาเลือดออกง่าย ไม่ได้กินยาห้ามเกล็ดเลือดจับตัวกัน และงดวิตามินเสริมและอาหารเสริมทุกชนิด (ยกเว้นอาหารจากธรรมชาติ)

วิธีการผ่าตัดในกรณีที่คนไข้ต้องการสะโพกเพียวๆ ไม่ต้องการเสริมก้น Bottock Implant ก็ไม่เหมาะกับคนไข้กลุ่มนี้ แพทย์จะแนะนำให้ฉีดไขมันมากกว่า แต่ถ้าต้องการเสริมก้นจริงๆ และขอสะโพกนิดหน่อย สามารถทำได้โดยใส่ซิลิโคนเอียงไปทางสะโพกเล็กน้อยโดยให้ซิลิโคนชนกำแพงกล้ามเนื้อสะโพก

  • ศัลยแพทย์ตกแต่งจะให้คนไข้นั่งแล้วขีดเส้นตรง sitting line เพื่อที่จะวางซิลิโคนเจลให้อยู่เหนือ sitting line โดยต้องดูสรีระคนไข้และวางตำแหน่งซิลิโคนเจลไม่ให้ดิ้นหลุดไปมา พราะถ้าคนไข้นั่งบนตัว Implant มันจะโยกไปมาจนย้วยและจะรู้สึกผิดธรรมชาติมากๆ ขั้นตอนนี้จึงสำคัญมาก
  • ศัลยแพทย์จะแก้ปัญหาเลือดคั่งโดยการฉีดยาสำหรับให้เส้นเลือดหดตัวเข้าไปก่อนที่จะเลาะกล้ามเนื้อซึ่งจะช่วยลดอาการเลือดออกและเลือดคั่ง แต่เดิมจะใช้วิธีผ่าตรงกลางก้นซึ่งมีข้อเสีย คือตัว Implant จะดึงให้แผลแยกออก ปัจจุบันคุณหมอจึงใช้วิธีวางแผลออกเป็นโค้งอ่อนๆ สองข้าง ห่างจากศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. จะช่วยให้แผลไม่ถูกกระชากจนปริออกจากกัน แผลที่เย็บจะอยู่ในง่ามก้น ยากแก่การสังเกตุเห็น หลังการผ่าตัดคุณหมอจะให้คนไข้ใส่กางเกงรัดไว้เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งกางเกงรัดที่ว่านี้เปรียบเสมือนตัวควบคุมตำแหน่งซิลิโคนไม่ให้เคลื่อนย้ายไปมา หลังจากนั้นคุณหมอจะนัดตัดไหม 7-10 วัน
  • คนไข้ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 2 คืน เพราะต้องใส่ท่อระบายเลือด

ข้อควรปฎิบัติหลังการผ่าตัด ต้องนอนคว่ำหน้าอย่างน้อยที่สุด 7 วัน และห้ามนั่งเป็นเวลา 2 สัปดาห์ คือห้ามนอนทับและนั่งทับ แต่ในทางปฎิบัตินั้นทำได้ยาก ฉะนั้นหลังจากนอนคว่ำได้หนึ่งสัปดาห์ก็อาจเปลี่ยนอิริยาบถเป็นนั่ง นอนหงาย ได้ตามปกติ แต่ขอให้มีวัสดุนิ่มๆ รองนั่งประมาณ 1 สัปดาห์

ระยะเวลาในการผ่าตัด 1.30-2 ชม. ต้องมีท่อระบายเลือดออกสองข้างเป็นเวลา 2 วัน

ความเสี่ยง อาจมีปัญหาน้ำเหลืองคั่ง แผลปริแยก ซิลิโคนขยับจนซิลิโคนเสียความสมดุล หาก Buttock Implant ทะลุกล้ามเนื้อจะก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดจนต้องเอาออกและผ่าตัดซ่อมกล้ามเนื้อ หากทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่ไม่ชำนาญและเลือกขนาดซิลิโคนที่ไม่ถูกต้องกับสรีระคนไข้ อาจมีก้นเหมือนก้นลิง ไม่เป็นธรรมชาติ

ข้อเสีย มีแผลยาวประมาณ 5 ซม.2 แผล แต่ซ่อนอยู่ในง่ามก้นและต้องดมยาสลบ

ข้อดี มีก้นถาวร

ระยะเวลาการใช้งาน ถ้าเป็นซิลิโคนเจลสำหรับเสริมก้น (Buttock Implant) จะถาวร ไม่แตกรั่วง่าย (ยกเว้นถ้าโดนกระสุนปืนหรือของมีคมละก็แตกแน่)

ค่าใช้จ่าย ราคาแพงกว่าการเสริมเต้านมเนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้เสริมก้นมีราคาแพง รวมทั้งต้องพักในโรงพยาบาลยาวกว่าและต้องมีกางเกงรัดก้น ราคาจึงตกประมาณ 100,000++++ บาท

ชนิดของซิลิโคนเจลสำหรับเสริมก้น มี 2 แบบและ 2 รูปทรงคือ
*ผนังแบบเรียบ เนื่องจากซิลิโคนจะเข้าไปแทรกอยู่ในกล้ามเนื้อและปกติกล้ามเนื้อคนเรามีการขยับถูไถไปมาเป็นประจำ การใช้แบบขุขระจะก่อให้เกิดน้ำเหลืองคั่งได้ง่ายกว่า
*ผนังแบบขรุขระ เหมาะกับหมอมือเก่าที่เคยทำแบบเรียบมาแล้วหรือมั่นใจว่าการเลาะช่องในกล้ามเนื้อทำได้ดีก็อาจใช้แบบขรุขระได้
* รูปกลม ซิลิโคนเจลรูปทรงกลมใส่ง่ายกว่ารูปหยดน้ำเพราะมันหมุนยังไงก็กลม ไม่มีเลื่อน
ข้อดี ใส่ง่าย หมุนยังไงก็ไม่เป็นไร แบบที่ง่ายที่สุดคือ กลมเรียบ ช่วยให้วางตำแหน่งง่าย
* รูปหยดน้ำหรือรูปรี การใช้รูปหยดน้ำทำยากกว่ารูปทรงกลมเนื่องจากศัลยแพทย์ตกแต่งจะต้องมั่นใจว่า ด้านไหนเป็นด้านอ้วนและด้านไหนเป็นด้านผอมเพราะใส่เข้าไปแล้วมันหมุนได้ (เหมือนหยดน้ำหัวนมเวลาเสริมเต้านม คือต้องเอาปลายหยดน้ำไปไว้ที่ปลายหัวไหล่ ตัวเต้านมเป็นหัวหยดน้ำ) ซิลิโคนรูปหยดน้ำสำหรับเสริมก้นก็เช่นเดียวกัน มันหมุนได้  รูปหยดน้ำเหมาะสำหรับเน้นบางจุดเพราะมันสามารถเหวี่ยงได้ทุกทิศทุกทาง ในขณะที่ซิลิโคนรูปทรงกลมเน้นไม่ได้ ถ้าคนไข้ต้องการเฉพาะด้านนอก ไม่ต้องการเน้นด้านใน ในกรณีนี้ต้องใช้รูปหยดน้ำเพราะมันมีทั้งขั้วเล็ก ขั้วใหญ่ (รูปกลมไม่มีขั้ว ทุกด้านเท่ากันหมด)
ข้อเสีย มันมีโอกาสหมุนไปมาได้ ศัลยแพทย์ตกแต่งจะต้องชำนาญจริงๆ และการใส่จะต้องมีความแม่นยำพอสมควร
ข้อดี เน้นตำแหน่งที่ต้องการได้ เช่น เน้นใน เน้นนอก เน้นล่าง

อายุที่เหมาะกับการเสริมก้น  สาวๆ หรือสาวประเภทสองส่วนใหญ่ที่เสริมก้นมักมีอายุ 40 ปีขึ้นไปเนื่องจากมีรายได้และเงินมากพอที่จะเสริมสวย แต่ในความเป็นจริงแล้ว อายุน้อยเหมาะกับการเสริมก้นมากกว่าเพราะผิวหนังมีคุณภาพดี ไม่เหี่ยวจึงง่ายกับการเสริมก้น ส่วนคนที่ก้นเหี่ยวย้อยมากไม่เหมาะที่จะทำ Implant เช่น คนไข้ที่ทำบายพาสลดน้ำหนักซึ่งอาจต้องตัดผิวหนังที่เหี่ยวย้อยออกแล้วเย็บ เหมือนกับการตัดหนังหน้าท้องโดยทำเป็นรูปปีกกา

อยากมีสะโพก Buttock Implant ช่วยได้มั้ย?
Buttolk Implant ออกแบบเพื่อใช้สำหรับเสริมก้น ไม่ได้ใช้เสริมสะโพก แต่ศัลยแพทย์ตกแต่งที่เชี่ยวชาญอาจช่วยให้มีสะโพกได้บ้างโดยการขยับซิลิโคนเจลไปชนขอบกำแพงกล้ามเนื้อ (ต้องระวังไม่ให้ทะลุกล้ามเนื้อ)

การเสริมสะโพกด้วยไขมัน + Buttock Implant ศัลยแพทย์ตกแต่งจะผ่าตัดแล้วใส่ Implant เข้าไปไว้ข้างใน จากนั้นเย็บแผลปิด แล้วจึงดูดไขมันของคนไข้ซึ่งอาจเป็นไขมันจากเอวสองข้างมาฉีดเข้าไปในชั้นไขมันที่สะโพกด้านนอกเพื่อให้ไขมันสร้างออกไปเรื่อยๆ ซึ่งแพทย์สามารถฉีดไขมันพร้อมกับการผ่าตัดเสริมก้นได้ในคราวเดียวกัน คือหลังจากวาดตำแหน่งเสร็จ แพทย์จะดูดไขมันใส่เครื่องกรองไว้ ใส่ Implant ที่ก้นและเย็บแผลเสร็จก็ฉีดไขมันเข้าไปด้วยอุปกรณ์ที่ดูดออกมา

ฉีดไขมันเสริมสะโพก ในกรณีนี้สามารถทำได้ แต่ไม่การันตีว่าไขมันจะอยู่หรือจะอำลาจากไปมากน้อยแค่ไหน เพราะแม้แต่การฉีดไขมันที่ใบหน้า ไขมันไม่อาจอยู่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม บนใบหน้าฉีดไขมันส่วนใหญ่ไม่เกินจุดละ 20 ซีซี ในขณะที่การฉีดไขมันเสริมสะโพกจะต้องใช้มากประมาณ 200-300 ซีซี เปรียบเสมือนการหว่านข้าวลงไปในนาซึ่งอาจมีบางเมล็ดที่ฝ่อ ไม่เจริญงอกงาม ถ้าถามว่าแล้วจะมีโอกาสเป็นรอยตะปุ่มตะป่ำเหมือนใบหน้ามั้ย ไม่ต้องกังวลเพราะสะโพกหรือก้นคนเรามีความหนากว่าใบหน้าจึงไม่มีโอกาสเกิดรอยตะปุ่มตะป่ำอย่างที่นึกกลัว
ข้อดี ไม่ต้องนอนพักในโรงพยาบาล ไม่มีแผล ไม่ต้องดมยาสลบ สามารถใส่กางเกงรัดสะโพกกลับบ้านได้ ถ้าฉีดแล้วโชคดี หลังสองเดือนแล้วไขมันไม่สลายก็จะอยู่ถาวร ถ้าเราอ้วน ไขมันที่ฉีดเข้าไปก็จะอ้วนตาม หรือถ้าเราผอมมันก็จะผอมตามร่างกายเรา
ข้อเสีย ไม่อาจทำนายได้ว่าไขมันที่ฉีดเข้าไปจะอยู่หรือจะไป ต้องเสี่ยงเหมือนซื้อล๊อตเตอร์รี่

ข้อแตกต่างระหว่างการเสริมก้นและเสริมเต้านม
- การเสริมก้นมีข้อจำกัดกว่าการเสริมเต้านมเพราะการเสริมก้นไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน
-การเสริมเต้านมมีหัวนมเป็นจุดศูนย์กลาง มีอาณาเขตรอบๆ ฐานเต้านม
- ก้นเป็นตำแหน่งที่มีการกระแทกกระทั้นบ่อย ก้นจึงแข็งกว่าและมีหนังหนากว่าเต้านม การเสริมก้นจึงต้องใช้ซิลิโคนเจลที่มีผนังหนากว่า ตัวเจลมีความข้นกว่า
- เต้านมมีฐานเรียบ แต่ Buttock Implant มีฐานเว้า
- Buttock Implant สำหรับเสริมก้นจะแทรกเข้าไปในไฟเบอร์ของกล้ามเนื้อ จึงมีโอกาสแข็งน้อยมาก
- การเสริมก้นไม่ต้องคลึงนวดเหมือนการเสริมเต้านมเพราะตัว Implant อยู่ในกล้ามเนื้อที่ลึกมาก การเดินกระแทกกระทั้นก็เหมือนเป็นการนวดในตัวอยู่แล้ว
- การเสริมเต้านมต้องคอยนวดบ่อยเพื่อไม่ให้มันแข็งตัวและเกาะกันเป็นพังผืด

Expert’s advice: นพ.ภูมิศักดิ์ ศักดิ์ศรี ศัลยแพทย์ที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมและเสริมความงาม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช แนะนำว่า
“Buttock Implant หรือซิลิโคนเจลถูกออกแบบมาให้เสริมก้น ไม่ได้ออกแบบเพื่อเสริมสะโพกด้านข้างมากนัก ดังนั้นถ้าใครที่ต้องการสะโพกด้านข้างมากๆ กรุณาพิจารณาการปลูกไขมันจะดีกว่า แต่ถ้าต้องการเสริมก้นและมีสะโพกออกด้านข้างเล็กน้อยก็พอช่วยได้โดยการขยับตัว Implant ไปด้านข้างให้มากที่สุดเท่าที่กล้ามเนื้อจะไม่ขาด”